ทุกคำถามของท่าน เรามีคำตอบ (คำถามทั่วไป)

ในหน้านี้ท่านจะสามารถค้นหาข้อมูลที่ถูกสอบถามเป็นประจำโดยผู้บริโภคหรือลูกค้าของฮิลส์ เวท – คำถามทุกประเด็นตั้งแต่ เกี่ยวกับบริษัท ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงเคล็ดลับและการซื้อสินค้า ท่านสามารถค้นหาข้อมูลจากรายการต่อไปนี้ และหากท่านยังคงมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง

คำถามทั่วไป

    • เช่นเดียวกับมนุษย์ ปริมาณของอาหารทีแมวควรรับประทานแตกต่างกันไปในแต่ละตัว ดังนั้นอาหารของฮิลส์จึงได้แนบคู่มือการให้อาหารสัตว์ในบรรจุภัณฑ์ทุกห่อ เพื่อช่วยให้ท่านสามารถคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่าน อย่างไรก็ตามคู่มือนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทั้งนี้สุขภาพสัตว์เลี้ยงของท่านขึ้นอยู่กับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และการปรับปริมาณอาหารให้เป็นไปตามความต้องการของร่างกาย หากท่านต้องการศึกษาคู่มือในการให้อาหารสัตว์เลี้ยงของเรา กรุณาไปที่หน้าผลิตภัณฑ์ของเรา

    • Prescription Diet™ ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อดูแลสภาวะทางสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเฉพาะทาง มีจำหน่ายในโรงพยาบาล คลินิกสัตวแพทย์ ในขณะที่ Science Diet™ ผลิตขึ้นเพื่อใช้สำหรับตอบสนองความต้องการของสัตว์เลี้ยงเพื่อการมีสุขภาพดีในแต่ละช่วงอายุ มีวางจำหน่ายในร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารสัตว์ และร้านให้บริการอาบน้ำและตัดขนสัตว์ และไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์ Prescription Diet™

    • ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Science Diet™ และ Prescription Diet™ เพิ่มเติมได้ที่ผลิตภัณฑ์ของเราในเว็บไซต์นี้

    • Prescription Diet™ มีวางจำหน่ายที่คลินิกสัตวแพทย์และโรงพยาบาล ในขณะที่ Science Diet™ มีวางจำหน่ายในคลินิกสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ ร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารสัตว์ และร้านให้บริการอาบน้ำและตัดขนสัตว์ โดยแต่ละร้านเป็นผู้ตั้งราคาจำหน่ายของตนเอง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงต้นทุนที่ใช้ในการซื้อขาย จัดการ เก็บรักษาผลิตภัณฑ์และการแข่งขันในตลาด เช่นเดียวกับร้านค้าที่ขายสินค้าชนิดอื่นๆ ทั้งนี้ เราสามารถช่วยท่านค้นหาคลีนิกสัตวแพทย์หรือร้านค้าใกล้บ้านท่าน นอกจากนี้ท่านยังสามารถที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเราออนไลน์ผ่านตัวแทน กรุณาคลิ๊กที่นี่เพื่อสั่งซิ้อสินค้า.

    • อายุของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันออกไป สามารถตรวจสอบได้จากวันหมดอายุที่ระบุไว้บริเวณใต้บรรจุภัณฑ์ Datecode จะระบุในถุงพลาสติกบริเวณขอบมุมด้านซ้ายใกล้กับหมายเลขรหัส SKU บริเวณก้นถุง ในขณะที่ถุงขนาดกลางและใหญ่ Datecode จะระบุบริเวณด้านหน้าบนของถุง ข้อมูลต่อไปนี้แสดงถึงอายุของผลิตภัณฑ์และวิธีการเก็บรักษาอาหารกระป๋องหรืออาหารแห้ง

      การเก็บรักษาอาหารกระป๋องเราไม่แนะนำให้ท่านแช่แข็งอาหารกระป๋อง เนื่องจากการแช่แข็งจะทำให้ผิวสัมผัสของอาหารเปลี่ยนไปและอาจส่งผลต่อรสชาติความอร่อยของอาหาร จานใส่อาหารไม่ควรมีความชื้น อาหารจะชื้นหากสัตว์เลี้ยงของท่านไม่รับประทานภายใน 4 ชั่วโมงในอุณหภูมิมากกว่า 50 องศาฟาเรนไฮต์ อาหารกระป๋องควรเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิระหว่าง 50 - 100 องศาฟาเรนไฮต์ และไม่ควรเก็บในที่ที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ เช่น โรงรถหรือบริเวณนอกบ้าน เมื่อเปิดกระป๋องแล้ว ควรปิดฝาและเก็บในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 40 -45 องศาฟาเรนไฮต์ ควรใช้ให้หมดภายใน 5 - 7 วันจากวันที่เปิดกระป๋อง นอกจากนี้อาหารกระป๋องที่มี่ส่วนผสมของข้าว มักเกิดการแยกตัวของน้ำภายในเวลาไม่กี่วัน (ซึ่งจะเห็นได้บริเวณพื้นกระป๋อง) ซึ่งการแยกตัวนี้เราเรียกว่า syneresis เป็นขบวนการที่วุ้นเกิดการหดตัวแล้วแยกน้ำออกมา อาการที่เกิดขี้นนี้จะไม่ทำให้คุณค่าทางโภชนาการเปลี่ยนไป แต่อาจจะส่งผลต่อเนื้อสัมผัสและรสชาติของอาหาร เนื่องจากการแช่แข็งจะเปลี่ยนผิวสัมผัสและรสชาติอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้แช่แข็งอาหารทั้งก่อนและหลังการเปิดกระป๋อง

      การเก็บรักษาอาหารแห้ง

      ไม่ควรแช่แข็งอาหารแห้ง เนื่องจากการแช่แข็งจะก่อให้เกิดความชื้นและเชื้อรา ทั้งนี้ ท่านสามารถเก็บอาหารในถาดอาหารของสัตว์เลี้ยงท่านไว้ได้ หากสถานที่วางถาดอาหารมีอากาศเย็น ไม่ถูกแสงแดดส่องโดยตรง และไม่ถูกปนเปื้อนด้วยแมลงหรือปรสิต ไม่ตั้งถุงอาหารบนพื้นโดยตรงเพราะอาจเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของแมลง ควรเก็บถุงอาหารสัตว์ไว้ในที่แห้งและเย็น ไม่ควรเก็บถุงอาหารในที่ที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภุมิได้ เช่น โรงรถ หรือ นอกอาคาร ทั้งนี้ควรเก็บอาหารในถุงอาหารเดิมเพื่อคงรสชาติที่ดีของอาหาร

    • ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ของเราในเว็บไซต์นี้

    • ปริมาณแคลลอรีในผลิตภัณฑ์อาหารเราแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ เนื่องจากอาหารแต่ละชนิดได้ถูกออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงอายุและไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยง ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณแคลลอรีในผลิตภัณฑ์อาหารได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ของเราในเว็บไซต์นี้

    • สัตวแพทย์เชื่อว่าการให้อาหารสัตว์ด้วยอาหารชนิดเดียวกับของมนุษย์เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การได้รับสารอาหารมากหรือน้อยเกินไป ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ดังนั้น ไม่ควรให้อาหารสัตว์เลี้ยงรูปแบบอื่นหากไม่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ ควรให้ผลิตภัณฑ์อาหาร Science Diet™ หรือ Prescription Diet™ แก่สัตว์เลี้ยงของท่าน หากท่านสนใจทดลอง ท่านสามารถเริ่มจากการป้อนอาหารกระป๋องเพียง 2-3 ช้อน หรือนำอาหารสัตว์มาทำเป็นของว่างก่อน

      รายการต่อไปนี้คืออาหารสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพ มีแคลลอรีน้อย เหมาะสำหรับสัตว์สุขภาพดีหรือสัตว์ที่ต้องลดน้ำหนัก:

      Pets fed Science Diet® foods:

      แครอท 1/4 ถ้วย - 17 แคลลอรี
      ถั่วเขียว 1/4 ถ้วย - 9 แคลลอรี
      แอปเปิ้ล 1/4 ลูก - 12 แคลลอรี

      Pets fed Prescription Diet® r/d® or w/d® weight loss foods:

      แครอท 1/4 ถ้วย - 17 แคลลอรี
      
ถั่วเขียว 1/4 ถ้วย - 9 แคลลอรี
      
แอปเปิ้ล 1/4 ลูก - 12 แคลลอรี
      
1 - Hill's® Prescription Diet® Canine Treat - 13 แคลลอรี
      
10 kibbles of Prescription Diet® r/d® Canine dry - 4 แคลลอรี
      
10 kibbles of Prescription Diet® r/d® Feline dry - 6 แคลลอรี

    • Prescription Diet™ มีวางจำหน่ายที่คลินิกสัตวแพทย์และโรงพยาบาล ซึ่งหากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านท่าน เราสามารถช่วยท่านได้.

    • Science Diet™ มีวางจำหน่ายในคลินิกสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ ร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารสัตว์ และร้านให้บริการอาบน้ำและตัดขนสัตว์ เราสามารถช่วยท่านค้นหาโรงพยาบาลหรือร้านค้าใกล้บ้านท่าน นอกจากนี้ยังมีวางจำหน่ายออนไลน์โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต

    • Prescription Diet ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อดูแลสภาวะทางสุขภาพของสัตว์เฉพาะทาง ดังนั้นสัตวแพทย์ซึ่งได้รับการฝึกให้มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาสัตว์จึงมีความสำคัญในการที่จะดูแลและจัดการภาวะทางโภชนาการของสัตว์เลี้ยงท่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากภาวะการรักษาทางการแพทย์ของสัตว์เลี้ยงท่านมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง สัตวแพทย์จะสามารถติดตามหรือแจ้งรายละเอียดที่ควรพิจารณาต่างๆ ได้.

    • Prescription Diet™ มีวางจำหน่ายที่คลินิกสัตวแพทย์และโรงพยาบาล ในขณะที่ Science Diet™ มีวางจำหน่ายในคลินิกสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ ร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารสัตว์ และร้านให้บริการอาบน้ำและตัดขนสัตว์ โดยแต่ละร้านเป็นผู้ตั้งราคาจำหน่ายของตนเอง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงต้นทุนที่ใช้ในการซื้อขาย จัดการ เก็บรักษาผลิตภัณฑ์และการแข่งขันในตลาด เช่นเดียวกับร้านค้าที่ขายสินค้าชนิดอื่นๆ ทั้งนี้ เราสามารถช่วยท่านค้นหาคลีนิกสัตวแพทย์หรือร้านค้าใกล้บ้านท่าน

    • บริษัทฯ รับประกันในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของเราทุกชนิด หากท่านไม่พึงพอใจในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Science Diet™ ท่านสามารถคืนสินค้าที่ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ ณ ร้านค้าที่ซื้อสินค้า เรายินดีคืนเงินหรือแลกเปลี่ยนสินค้าให้แก่ท่าน

      เรารับประกันในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Prescription Diet™ ทั้งด้านคุณภาพ ความสม่ำเสมอในคุณภาพ การผลิตที่เที่ยงตรง และความน่ารับประทาน หากท่านไม่พึงพอใจในผลิตภัณฑ์อาหารด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ท่านสามารถคืนสินค้าที่ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ ณ ร้านค้าที่ซื้อสินค้า เรายินดีคืนเงินหรือแลกเปลี่ยนสินค้าให้แก่ท่าน

    • จากการทดสอบทางด้านรสชาติแสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงชอบผลิตภัณฑ์อาหารของฮิลส์มากกว่าของผลิตภัณฑ์แบรนด์ชั้นนำอื่นๆ อย่างไรก็ตามเราตระหนักดีว่าสัตว์เลี้ยงบางตัวชอบทานอาหารชนิดเดียวกับของมนุษย์ เพื่อช่วยให้สถานการณ์นี้ดีขึ้น เราขอแนะนำให้ท่านปฎิบัติตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้ 

      • หากท่านเริ่มให้ผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใหม่แก่สัตว์เลี้ยงของท่าน ตามกฎการส่งผ่าน 7 วัน (7-Day Transition Schedule) การเปลี่ยนการกินอาหารจากอาหารที่เคยกินมาเป็นอาหารชนิดใหม่จะค่อยๆ เกิดขึ้นระหว่างนี้ ซึ่งจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของท่านเลิกจากการกินอาหารแบบเก่ามาเป็นอาหารชนิดใหม่ได้
      • ประเมินปริมาณอาหารที่เหมาะสมที่สัตว์เลี้ยงของทานควรได้รับในแต่ละวัน แล้วใส่ในชามอาหารของสัตว์เลี้ยงท่าน แต่หากท่านให้อาหารสัตว์เลี้ยงของท่านมากกว่า 1 มื้อระหว่างวัน ให้ท่านแบ่งปริมาณอาหารที่คำนวนได้เป็นสัดส่วนตามจำนวนมื้ออาหารที่ท่านให้กับสัตว์เลี้ยงของท่านในแต่ละวัน
      • สำหรับสุนัข ควรให้เวลาทานอาหาร 10 - 20 นาที แล้วเก็บชามอาหารจนกว่าจะถึงมื้อถัดไปจึงให้อาหารได้ โปรดระลึกไว้เสมอว่ารสชาติอาหารจะดียิ่งขึ้นเมื่อเราหิว!
      • หากผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้เป็นแบบแห้ง ลองให้อาหารจากมือของท่าน โดยถืออาหาร 2 - 3 เม็ดในมือท่านและค่อยป้อนสัตว์เลี้ยงของท่านในปริมาณน้อยๆก่อนสำหรับการให้อาหารใน 2 - 3 มื้อแรก
      • ลองเติมน้ำอุ่น 2-3 ช้อนโต๊ะลงในอาหารแห้งที่ท่านกำลังจะให้สัตว์เลี้ยงของท่าน รอให้น้ำดูดซึมเข้ากับอาหาร 2 - 3 นาที เพื่อให้อาหารนิ่มขึ้น แล้วจึงให้สัตว์เลี้ยงของท่านกิน การทำให้อาหารนิ่มขึ้นนี้ควรทำในปริมาณที่เพียงพอกับที่สัตว์เลี้ยงท่านทานต่อมื้อ ไม่ควรทิ้งให้อาหารที่ทำให้นิ่มแล้วนานเกินกว่า 4 ชั่วโมง
      • ท่านสามารถทำให้อาหารเป็นซอสเหนียวและข้นได้ โดยการเติมน้ำอุ่น 2-3 ช้อนโต๊ะลงในกระป๋องในปริมาณที่เท่ากัน แล้วนำซอสที่ได้นั้นราดลงไปบนอาหารแห่งแล้วจึงเสิร์ฟให้สัตว์เลี้ยงของท่าน ควรทำให้พอทานเพียงหนึ่งมื้อเท่านั้นเพื่อไม่ทำให้อาหารนั้นเสีย
      • ท่านสามารถเติมน้ำสต็อกไก่หรือน้ำที่สกัดจากออกจากทูน่ากระป๋องเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง ควรผสมให้พอทานเพียงหนึ่งมื้อเท่านั้น เพื่อไม่ทำให้อาหารเสีย (ห้ามใช้เคล็ดลับนี้กับอาหาร Prescription Diet™ z/d™ or d/d™)
    • เช่นเดียวกับมนุษย์ ปริมาณของอาหารทีแมวควรรับประทานแตกต่างกันไปในแต่ละตัว ดังนั้นอาหารของฮิลส์จึงได้แนบคู่มือการให้อาหารสัตว์ในบรรจุภัณฑ์ทุกห่อ เพื่อช่วยให้ท่านสามารถคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่าน อย่างไรก็ตามคู่มือนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทั้งนี้สุขภาพสัตว์เลี้ยงของท่านขึ้นอยู่กับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และการปรับปริมาณอาหารให้เป็นไปตามความต้องการของร่างกาย หากท่านต้องการศึกษาคู่มือในการให้อาหารสัตว์เลี้ยงของเรา กรุณาไปที่หน้าผลิตภัณฑ์ของเรา

    • สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีนิสัยเคยชินกับสิ่งที่ทำเป็นประจำ ดังนั้นอาจต้องการความช่วยเหลือในการเปลี่ยนอาหารใหม่ หากไม่ได้รับคำแนะนำอื่นใดจากสัตวแพทย์ ให้ค่อยๆ แนะนำอาหารที่ต้องการเปลี่ยนใหม่ให้กับสัตว์เลี้ยงของท่านเป็นระยะเวลา 7 วัน ผสมอาหารใหม่เข้ากับอาหารที่ทานอยู่แล้วเดิม แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณอาหารใหม่จนกระทั่งสามารถให้แต่อาหารใหม่เพียงอย่างเดียว สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่สามารถรับอาหารใหม่ได้ แต่อาจจะมีบางตัวที่อาจมีการต่อต้านมากกว่าตัวอื่นๆ ซึ่งหากสัตว์เลี้ยงของท่านมีนิสัยเช่นนี้ ท่านสามารถทดลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

      • อุ่นอาหาร หรือว่าเติมน้ำอุ่นลงไปในอาหารเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติอาหาร
      • อย่าทิ้งถาดอาหารให้สัตว์เลี้ยงของท่านสามารถทานได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ลองให้อาหารทุกๆ 3 - 4 ชั่วโมงแทน และให้เวลากินอาหาร 15 - 20 นาทีต่อมื้อ
      • เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง คุณสามารถเติมน้ำสต็อกไก่หรือน้ำที่สกัดจากออกจากทูน่ากระป๋องในช่วงเปลี่ยนอาหารชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่ง (ห้ามใช้เคล็ดลับนี้กับอาหาร Prescription Diet™ z/d™ or d/d™)
    • ฮิลส์ (ประเทศไทย) ยังไม่ได้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างสำหรับแมว ท่านอาจใช้สูตรอาหารของเราทำอาหารว่างให้แมวของท่านจากอาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งของท่านเอง

    • ฮิลส์ (ประเทศไทย) ยังไม่ได้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างสำหรับสุนัข ท่านอาจใช้สูตรอาหารของเราทำอาหารว่างให้สุนัขของท่านจากอาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งของท่านเอง

    • ฮิลส์ (ประเทศไทย) ยังไม่ได้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างสำหรับสุนัข เราขอแนะนำให้ท่านทำอาหารว่างให้สุนัขของท่านโดยใช้ ผลิตภัณฑ์ Prescription Diet™ food ของท่านเองตามสูตรอาหารต่อไปนี้

    • ฮิลส์ (ประเทศไทย) ยังไม่ได้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างสำหรับแมว เราขอแนะนำให้ท่านทำอาหารว่างให้แมวของท่านโดยใช้ ผลิตภัณฑ์ Prescription Diet™ food ของท่านเองตามสูตรอาหารต่อไปนี้

    • Using canned food:

      1. เปิดกระป๋องและนำก้อนอาหารออกจากกระป๋อง

      2. แบ่งอาหารออกเป็น 4 ชิ้นแล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นๆพอดีคำ

      3. อบอาหารที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำในไมโครเวฟประมาณ 2 1/2 - 3 นาที

      4. เก็บอาหารที่อบแล้วในตู้เย็น หากทานไม่หมดให้ทิ้งส่วนที่เหลือภายหลังจากที่อบ 5-7 วัน

      5. อาหารว่างที่ทำเองไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงของท่านเกิน 10% ของปริมาณอาหารที่สัตว์เลี้ยงของท่านต้องทานในแต่ละวัน เนื่องจากความร้อนจากการอบอาจทำให้โภชนาการทางอาหารเปลี่ยนไป

      6. ไม่ควรแช่แข็งอาหารว่างที่ทำขึ้น

       

      สำหรับเตาอบแบบธรรมดาให้ปฏิบัติตามวิธีการข้างต้น แต่ให้วางชิ้นของอาหารที่ตัดไว้พอดีคำบนถาดอบคุ้กกี้แบบไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเนยทาก่อนอบ และอบที่อุณหภูมิ 350 องศาประมาณ 30 นาทีหรือจนกระทั่งกรอบ

      แบบใช้อาหารแห้ง

      1. ใส่อาหารแห้งจำนวน 2 ถ้วยในเครื่องปั่น/บดอาหาร แล้วปั่น/บดให้เป็นผง

      2. เติมผงที่บดเสร็จในชามผสมและค่อยเติมน้ำ 1 ถึง 1 1/4 ถ้วย คนไปเรื่อยจนกระทั่งเป็นแป้งเนียนเสมอกัน

      3. ตักแบ่งเป็นชิ้นหรือเป็นชิ้นคุกกี้ แล้วกดให้แบนเป็นแผ่นด้วยหลังช้อน (คุกกี้ของสัตว์จะไม่เป็นแผ่นแบนเหมือนกับคุกกี้มาตรฐานของมนุษย์)

      4. วางชิ้นขนมบนถาดอบคุ้กกี้แบบไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเนยทาก่อนอบ และอบในเตาอบ ตั้งอุณหภูมิ 350 องศา ประมาณ 30 นาทีหรือจนกระทั่งกรอบ

      5. เก็บอาหารที่อบแล้วในตู้เย็น หากทานไม่หมดให้ทิ้งส่วนที่เหลือภายหลังจากทีอบ 5-7 วัน

      6. อาหารว่างที่ทำเองไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงของท่านเกิน 10% ของปริมาณอาหารที่สัตว์เลี้ยงของท่านต้องทานในแต่ละวัน เนื่องจากความร้อนจากการอบอาจทำให้โภชนาการทางอาหารเปลี่ยนไป

      7. ไม่ควรแช่แข็งอาหารว่างที่ทำขึ้น

       

      เครื่องตัดคุกกี้จะช่วยให้การทำคุกกี้สนุกขึ้น นอกจากนี้ Prescription Diet™ a/d™ Canine/Feline food, Prescription Diet™ n/d™ Canine และ Prescription Diet™ s/d™ Canine foods ไม่สามารถนำมาทำเป็นอาหารว่างตามสูตรข้างต้นได้ อย่างไรก็ตามท่านสามารถใช้สูตรอาหารต่อไปนี้ในการทำอาหารว่างจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้

      • ปั้นอาหารแบบกระป๋องเป็นก้อนกลมเล็กๆ และแช่แข็ง ให้สัตว์เลี้ยงของท่านทานเป็นอาหารว่างแบบแช่แข็ง เนื่องจากอาหารชนิด n/d™ Canine ไม่สามารถอบได้ ดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นทางเลือกทีดีอันหนึ่ง ซึ่งช่วยให้สัตว์เลี้ยงของท่านสดชื่นขึ้นในช่วงฤดูร้อน
    • ควรปรึกษาสัตวแพทย์ของท่านก่อนที่จะให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดแก่สัตว์เลี้ยงของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหรือมีอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ Prescription Diet™ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ได้รับการออกแบบให้มีโภชนาการทางอาหารที่เหมาะสมกับสภาวะทางสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจไปทำลายภาวะโภชนาการที่เหมาะสมที่สัตวแพทย์ของท่านได้แนะนำไว้

    • สัตวแพทย์เชื่อว่าการให้อาหารสัตว์ด้วยอาหารชนิดเดียวกับของมนุษย์เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การได้รับสารอาหารมากหรือน้อยเกินไป ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ดังนั้น ไม่ควรให้อาหารสัตว์เลี้ยงรูปแบบอื่นหากไม่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ ควรให้ผลิตภัณฑ์อาหาร Science Diet™ หรือ Prescription Diet™ แก่สัตว์เลี้ยงของท่าน หากท่านสนใจทดลอง ท่านสามารถเริ่มจากการป้อนอาหารกระป๋องเพียง 2-3 ช้อน หรือนำอาหารสัตว์มาทำเป็นของว่างก่อน

      รายการต่อไปนี้คืออาหารสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพ มีแคลลอรีน้อย เหมาะสำหรับสัตว์สุขภาพดีหรือสัตว์ที่ต้องลดน้ำหนัก:

      Pets fed Science Diet® foods:

      แครอท 1/4 ถ้วย - 17 แคลลอรี
      ถั่วเขียว 1/4 ถ้วย - 9 แคลลอรี
      แอปเปิ้ล 1/4 ลูก - 12 แคลลอรี

      Pets fed Prescription Diet® r/d® or w/d® weight loss foods:

      แครอท 1/4 ถ้วย - 17 แคลลอรี
      
ถั่วเขียว 1/4 ถ้วย - 9 แคลลอรี
      
แอปเปิ้ล 1/4 ลูก - 12 แคลลอรี
      
1 - Hill's® Prescription Diet® Canine Treat - 13 แคลลอรี
      
10 kibbles of Prescription Diet® r/d® Canine dry - 4 แคลลอรี
      
10 kibbles of Prescription Diet® r/d® Feline dry - 6 แคลลอรี

    • Science Diet™ ได้ผลิตขึ้นให้มีปริมาณพลังงานและสารอาหารให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยงท่านเรียบร้อยแล้ว กรุณาเยี่ยมชมหน้าผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อช่วยให้ท่านสามารถเลือกว่าผลิตภัณฑ์ Science Diet™ ที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของท่าน

    • ท่านควรปรึกษาหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราพร้อมกับสัตวแพทย์ของท่านเพื่อหาคำตอบสำหรับคำถามนี้ สัตวแพทย์ของท่านเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงของท่าน และเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการโภชนาการให้กับสัตว์เลี้ยงของท่าน

    • ข้าวโพดเป็นส่วนผสมที่วิเศษเนื่องจากประโยชน์ของพืชชนิดนี้ ที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เป็นแหล่งของโปรตีน (เพื่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่างๆ) คาร์โบไฮเดรต (สร้างพลังงาน) ใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ (เบต้า-แคโรทีน วิตามินอี และลูทีน) และกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายในการสร้างผิวหนังและขน ทุกส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่เราเลือกและคัดสรรล้วนคำนึงถึงคุณค่าทางสารอาหารในแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

       

      ฮิลส์เลือกใช้ข้าวโพดเกรด 1 หรือ 2 ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ผลิตอาหารของมนุษย์สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของเรา นอกจากนี้บางท่านอาจจะเป็นกังวลกับอาการภูมิแพ้ในสัตว์ ซึ่งข้าวโพดไม่ใช่สาเหตุของการแพ้อาหารในสัตว์ จากการศึกษาพบว่าข้าวโพดเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยงน้อยกว่าธัญพืชชนิดอื่นๆ

       

      ธัญพืชส่วนใหญ่รวมทั้งข้าวโพดจะย่อยยากหากไม่นำมาปรุง เมื่อได้รับการปรุงแล้วจะทำให้ย่อยได้ง่ายขึ้น ข้าวโพดเมื่อนำมาปรุงแล้วจะสามารถย่อยได้ง่ายกว่าธัญพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวฟ่าง

       

      ผู้บริโภคบางท่านอาจจะกังวัลว่าข้าวโพดอาจจะเป็นฟิลเลอร์ ซึ่งไม่ได้คุณค่าสารอาหารใด ตามที่ได้แจ้งไว้ข้างต้น ข้าวโพดมีคุณค่าทางสารอาหารสูง ทั้งนี้ ทุกส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่เราเลือกและคัดสรรล้วนคำนึงถึงคุณค่าทางสารอาหารในแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

    • บางท่านอาจจะเชื่อว่าอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เป็นหลักจะเป็นธรรมชาติและดีกว่า อย่างไรก็ตามเนื้อสัตว์ไม่ใช่แหล่งโปรตีนเพียงแห่งเดียว ตัวอย่างเช่น อาหารโปรตีนจากข้าวโพดและไข่จะมีโปรตีนในปริมาณสูงเช่นกัน นอกจากนี้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลักมักที่จะมีปริมาณของแคลเซียม โซเดียม และฟอสฟอรัสในปริมาณมากซึ่งไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก ฮิลส์มุ่งมั่นในการผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารที่สูงที่สุดและตัดสินใจในการผลิตจากปัจจัยด้านคุณค่าทางสารอาหารเป็นหลัก ไม่ใช่จากแนวโน้ม หรือกระแสแฟชั่นมากว่า 50 ปี

      การมีสารอาหารโปรตีนในปริมาณที่สูงไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดนั้นจะมีคุณภาพดีขึ้น ภายหลังจากที่ได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกายแล้ว การเพิ่มโปรตีนอื่นๆ ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณประโยชน์อะไร ในความเป็นจริงแล้วการได้รับโปรตีนในปริมาณที่เกินความต้องการของร่างกายอาจนำไปสู่ปัญหาสำหรับสุนัขและแมวเมื่อเริ่มแก่ขึ้น การรับประทานโปรตีนจำเป็นต้องได้รับการติดตามตรวจสอบด้วย

      บางครั้งผู้บริโภคอาจจะมีคำถามว่าถ้า สุนัขเป็นสัตว์กินทั้งพืชและสัตว์โดยธรรมชาติ โดยรับคุณค่าทางสารอาหารจากการทางเนื้อสัตว์และพืช ดังนั้นอาหารสุนัขควรที่จะมีส่วนผสมทีเหมาะสมของสารอาหาร ไม่เน้นแต่แค่เพียงโปรตีน แต่ควรมีไขมัน คาร์โบไฮเดรต หรือ ไฟเบอร์ด้วย เป็นต้น

      ฮิลส์เชื่อว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับปริมาณสารอาหารที่สมดุลและเหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่านแทนที่จะคำนึงถึงแต่เพียงเนื้อสัตว์เป็นหลัก

    • ตามคำนิยามของ American Association of Feed Control Officials (AAFCO) คำว่าธรรมชาติ คืออาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติเท่านั้น ปราศจากสารเคมีใดๆ ยกเว้นแต่การเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ คำว่า"ออร์แกนิค" คือคำที่ได้กล่าวถึงเพื่อระบุเกี่ยวกับอาหารของมนุษย์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ในขณะที่กฎหมายยังไม่ได้กำหนด บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์จึงสามารถใช้คำว่า"ออร์แกนนิค" หากปฏิบัติตามกฎที่ใช้กับอาหารมนุษย์ อาหารที่เป็น "ออร์แกนนิค 100%" หรือ "ออร์แกนนิค" จะมีคำตราประทับขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาบนบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบัน ฮิลส์ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ออร์แกนนิคส์

      คำว่าธรรมชาติและออร์แกนิคไม่ใช่คำที่จะใช้แทนสลับเปลี่ยนกันได้

      ส่วนคำว่า "องค์รวม" ไม่มีคำนิยามตามกฎหมาย จึงไม่มีเงื่อนไขใดที่จะแสดงว่าองค์รวมหมายถึงอะไรในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์

      American Association of Feed Control Officials (AAFCO) ได้ประกาศ คำว่า "เกรดเดียวกับมนุษย์" นำไปสู่ความเข้าใจผิดได้ การใช้คำว่า "เกรดเดียวกับมนุษย์" หรือ "คุณภาพเดียวกับของมนุษย์" ไม่สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่วางจำหน่าย

    • ไฟเบอร์ หรือใยอาหาร คือคาร์โบไฮเดรดเชิงซ้อนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่และประโยชน์ช่วยในการเพิ่มปริมาณอาหารและในระบบและน้ำในลำไส้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

       

      ไฟเบอร์ หรือใยอาหารแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดละลายในน้ำ กับชนิดไม่ละลายในน้ำ ชนิดละลายในน้ำสามารถพบในในวัตถุดิบจำพวกข้าวสาลี ข้าวและข้าวโพด ชนิดไม่ละลายในน้ำสามารถพบได้ในเซลลูโลสและอาจนำไปใช้แทนไขมันในอาหารสัตว์หรือเพื่อลดปริมาณแคลลอรีในอาหาร ดังนั้นอาหารที่ปริมาณใยอาหารชนิดไม่ละลายในน้ำสูงจะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกอิ่มมากขึ้นโดยไม่เพิ่มปริมาณแคลลอรี ไฟเบอร์ไม่ถือว่าเป็นฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางคุณค่าสารอาหารแต่อย่างใด

    • ปัจจุบันยังไม่มีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ใดของฮิลส์ที่มีส่วนผสมของถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง

    • เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสวัสดิภาพที่ดีต่อสัตว์ทุกตัวตั้งแต่สัตว์ที่เราดูแลไปจนถึงสัตว์เลี้ยงของท่าน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธสัญญาต่อสวัสดิภาพสัตว์ของฮิลส์

    • กรุณาเยี่ยมชมหน้าร่วมงานกับเราเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งงานว่างในฮิลส์

    • พันธกิจของฮิลส์คือ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงให้ยาวนานผ่านการสร้างสรรค์โภชนาการที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงทั้งด้านเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง บุคคลากรทางการสัตวแพทย์ และบุคคลากรผู้ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์อื่นๆ ทั่วโลก ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรัชญาของเรา

    • ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของฮิลส์เพิ่มเติม

ทุกคำถามของท่าน เรามีคำตอบ (คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทีมผู้ดูแลสุขภาพสัตว์)

ในหน้านี้ท่านจะสามารถค้นหาข้อมูลที่ถูกสอบถามเป็นประจำโดยผู้บริโภคหรือลูกค้าฮิลส์ เวท - คำถามทุกประเด็นตั้งแต่เกี่ยวกับบริษัท ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงเคล็ดลับและการซื้อสินค้า ท่านสามารถค้นหาข้อมูลจากรายการต่อไปนี้ และติดต่อเราหากท่านยังคงมีคำถามหรือข้อสงสัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทีมผู้ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง