ขอบคุณที่มาเยี่ยมชม

ต้องการที่จะออกจากระบบและจบการทำงาน


บริษัทของเรา

แรงบันดาลใจของเรา

ปัจจุบัน ฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่นยังคงปฏิบัติตามธรรมเนียมการดูแลสัตว์เลี้ยงดั้งเดิมที่เริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ. 1939 โดยสัตวแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของเราทั้งชนิด Healthy Advantage™ Prescription Diet™ Science Diet™ และ Ideal Balance™ได้นำเสนอโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง เรามุ่งมั่นสร้างความแตกต่างให้กับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงทั่วโลก.

ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของฮิลส์ เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 โดยดร.มาร์ค แอล มอร์ริส ซีเนียร์ เชื่อว่าสภาวะทางสุขภาพของสัตว์สามารถบริหารจัดการได้ผ่านการดูแลทางโภชนาการที่ดี ความเชื่อนี้ของเขาถือเป็นวิสัยทัศน์ทางสัตวศาสตร์ ซึ่งในเวลาต่อมาเขาได้มีโอกาสพิสูจน์แนวคิดทฤษฎีนี้ให้เป็นที่ประจักษ์.

มอร์ริส แฟรงค์ ชายหนุ่มตาบอด ได้ขอให้ดร.มอร์ริสช่วยรักษาชีวิตของสุนัขนำทางของเขาซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคไต ดร.มอร์ริสที่ได้ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาสูตรโภชนาการอาหาร ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Prescription Diet เพื่อการดูแลรักษาสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไตชนิดแรกของโลกและเป็นผลิตภัณฑ์ Hill's Prescription Diet ชนิดแรกของฮิลส์ ต่อมาภายหลังฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่นได้ถูกจัดตั้งขึ้นและการศึกษาโภชนาการทางการแพทย์สำหรับสัตว์เลี้ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Hill's™ Prescription Diet™ k/d™ ชนิดแรกนี้ยังคงวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

Veterinarian
วิสัยทัศน์

สร้างสรรค์ให้โภชนาการเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับการรักษาทางสัตวศาสตร์

Dog
พันธกิจ

มุ่งมั่นสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงให้ยืนยาว

Cat
ปรัชญา

เราเชื่อว่าสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเพื่อนคู่หูที่เรารักควรได้รับความรัก การดูแลและเอาใจใส่ตลอดอายุขัย

ค้นพบความเป็นตัวตนของเรา

ในปี พ.ศ 2471 ดร.มาร์ค แอล มอร์ริส ซีเนียร์ได้จัดตั้งโรงพยาบาลราริทัน (Raritan) เพื่อรักษาสัตว์ในเมืองเอดิสัน รัฐนิวเจอร์ซี นับเป็นโรงพยาบาลสัตว์หนึ่งในสองแห่งที่มีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.มอริสเชื่อว่าการจัดการโภชนาการที่ดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เขาจึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Prescription Diet™ ชนิดแรกขึ้น เพื่อช่วยเหลือหนึ่งในสุนัขนำทางตัวแรกของอเมริกาซึ่งป่วยเป็นโรคไต ภายหลังจากนั้นอีกหลายทศวรรษ ฝ่ายโภชนาการสัตว์เลี้ยงของฮิลส์กำลังทำงานอย่างแข็งขันในการทำให้สัตว์เลี้ยงมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง อ่านเรื่องราวทั้งหมดของฝ่ายโภชนาการสัตว์เลี้ยงของฮิลส์

เรื่องราวของฝ่ายโภชนาการสัตว์เลี้ยงของฮิลส์

เราเชื่อมั่นว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างมีคุณภาพนั้นหมายรวมถึงการมีโภชนาการที่ดี มีการดูแลสุขภาพตามหลักสัตวศาสตร์ที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก สัตว์เลี้ยงทุกตัวใน ฮิลล์ เพ็ท นูทรีชั่น อาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมดังกล่าว เราดูแลสัตว์ด้วยความรัก เรามุ่งเน้นกระบวนการดูแลสัตว์แบบทะนุถนอม นำการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านโภชนาการมาใช้เพื่อให้สุนัข และแมวทั่วโลกมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นและมีสุขภาพที่แข็งแรง ภาวะโภชนาการสัตว์ของเราแตกต่างจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วไป ธุรกิจของเราได้ดำเนินการและบริหารจัดการบนพื้นฐานทางหลักจริยธรรมสูงสุด

ในแต่ละวันเราพิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัยและความรักและเอาใจใส่ในสัตว์ต้องพัฒนาไปด้วยกันเพื่อการดูแลสุขภาพสัตว์ที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ฮิลส์จึงให้การสนับสนุนและศึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการรักษาสุนัขและแมวเท่านั้น การศึกษาวิจัยที่จัดทำหรือสนับสนุนโดยบริษัทฯ ไม่ว่าจะทำการศึกษาภายในศูนย์ภาวะโภชนาการสัตว์เลี้ยงของบริษัท หรือที่บ้านพักของลูกค้า โรงเรียนสัตวแพทย์ หรือที่อื่นใดก็ตาม ต้องปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ฮิลส์จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษาที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของสุนัขและแมว ทุกการศึกษาวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทจะต้องเป็นไปเพื่อการคงไว้หรือพัฒนาสุขภาพของสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น และการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสุนัขและแมวเหล่านั้นต้องไม่เป็นการการุณยฆาตโดยเจตจำนงและโดยตรง

เมื่อทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการดูดซึม การแพร่กระจายและการเก็บรักษา การนำไปใช้หรือปลดปล่อยของสารอาหารในร่างกายของสุนัขและแมว เราจะทำการศึกษาวิจัยบนหลักการเดียวกับการทำการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ของมนุษย์ เราสนับสนุนการศึกษาใดก็ตามที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือทารุณต่อสุนัขและแมว ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อที่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ทำให้มนุษย์เจ็บปวดย่อมทำให้สัตว์เจ็บปวดด้วยเช่นกัน

เราจะทำการศึกษาวิจัยต่อเมื่อมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเราสามารถช่วยพัฒนาสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยง ซึ่งการศึกษานั้นมักส่งผลต่อพัฒนาการที่สำคัญเกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยง สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตสุนัขและแมวหลายล้านตัว

เรายังคงมุ่งมั่นค้นหาแนวทางการศึกษาวิจัยที่ลดการนำสัตว์มาใช้ในการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จำนวนของสุนัขและแมวที่เข้าร่วมในการวิจัยเกี่ยวกับการให้อาหารสัตว์จะกระทำเพียงในส่วนการทดลองภายในบริษัทเท่านั้น สัตวแพทย์และบุคคลากรสัตวแพทย์ของเราล้วนมีทักษะเชี่ยวชาญในการพัฒนากระบวนการที่ช่วยจำลองระบบต่างๆ ของสัตว์เลี้ยง ตัวอย่างเช่น เราได้พัฒนาและเผยแพร่สูตรทางการคำนวณอันมีพื้นฐานมาจากคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ช่วยในการประเมินค่า pH ปัสสาวะของแมวและสุนัขโดยไม่ต้องทดลองในสัตว์

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าอาหารเพื่อการรักษาของเรานั้นปลอดภัยและมีประสิทธิผล เราสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่ใช้สัตว์ที่เจ็บป่วยหรือมีสภาวะของโรคเองตามธรรมชาติ เราจะไม่เข้าร่วมหรือสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคในสัตว์ด้วยวิธีการผ่าตัดหรือวิธีการที่ไม่ใช่การผ่าตัดใดๆ ก็ตาม

ศูนย์โภชนาการสัตว์เลี้ยงของฮิลส์และโรงงานหรือหน่วยงานภายนอกอื่นใดที่ผลิตผลิตภัณฑ์ของเราจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรฐานการดูแลสัตว์ ในการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการโดยโรงงานหรือหน่วยงานภายนอก ซึ่งเราได้คัดเลือกและมอบทุนในการศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลสัตว์ที่เกี่ยวข้องทุกตัวด้วยความรักทะนุถนอมได้แก่การจัดเตรียมการออกกำลังกายและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสัตว์เหล่านั้น

เราเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านโภชนาการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์และช่วยป้องกันการศึกษาซ้ำซ้อนที่ต้องนำสัตว์มาร่วมทดลองโดยไม่จำเป็น

ฮิลส์จะใช้ข้อมูลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะเท่านั้น และการศึกษานั้นต้องดำเนินการภายใต้นโยบายการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์สากล (Global Animal Welfare Policy)

แผนผังแสดงเหตุการณ์ตามลำดับเวลาของฮิลส์ เวท นูทรีชั่น

สำรวจการดำเนินงานของฮิลส์ทีผ่านมา

1939

มอร์ริส แฟรงค์ ได้พบการดร.มอร์ริส ซีเนียร์ ในงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันงานหนึ่ง และได้ขอให้เขาตรวจสุขภาพให้กับสุนัขนำทางของเขาที่มีชื่อว่าบัดดี้ ดร.มอร์ริสพบว่าบัดดี้ป่วยเป็นโรคไต และเขาเชื่อว่าเขาสามารถช่วยบัดดี้ได้ด้วยอาหารสัตว์ที่เขาได้พัฒนาคิด จึงได้ส่งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Ration B. ไปให้แฟรงค์ที่บ้าน ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์นำร่องของ Prescription Diet™ k/d™ Canine ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือสุนัขที่มีประสบปัญหาไตทำงานล้มเหลวหรือไม่มีประสิทธิภาพ โดยดร.มอร์ริสได้บรรจุ Raritan Ration B ลงในโหลแก้ว

1948

ดร.มอร์ริสได้ทำงานร่วมกับเบอร์ตัน ฮิลส์ (Burton Hill) บริษัทย่อยของฮิลส์ แพคเกจ ในการบรรจุ Canine k/d™ หรือเป็นที่รู้จักในนาม Raritan Ration B และ Canine p/d™ หรือเป็นที่รู้จักในนาม Raritan Ration C นอกจากนี้ เขาได้จัดตั้งองค์กรการกุศลเกี่ยวกับสัตว์เล็กซึ่งต่อมาภายหลังรู้จักในนาม Morris Animal Foundation ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เป็นลำดับแรก ทั้งด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์

1949

Prescription Diet™ i/d™ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุนัขที่ประสบปัญหาโรคระบบทางเดินอาหารผิดปกติ Prescription Diet™ r/d™ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุนัขที่มีภาวะโรคอ้วน

1958

บริษัท ฮิลส์ แพคกิ้ง ได้สร้างโรงงานผลิตที่ แคนซัส เซาธ์แคโรลิน่า เซาธ์ดาโกต้า โอไฮโอ อาร์คันซอ แมสซาชูเซตส์ และวอชิงตัน

1960

ดร.มอร์ริส จูเนียร์ ได้รับเลือกเป็นประธานของ the American Veterinary Medical Association (AVMA)

1962

เบอร์ตัน ฮิลส์ เสียชีวิต และริชารด์ แอล เดวิส ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานของฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่นแทน

1964

Prescription Diet™ h/d™ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคหัวใจล้มเหลวหรือโรคหัวใจ

1965

Prescription Diet™ d/d™ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาโรคผิวหนังที่มีสาเหตุมาจากการแพ้อาหาร

1966

ริชารด์ แอล เดวิส เสียชีวิต และดอน เอส. ฮอก ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานของฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่นแทน

1968

ริเวียนา ฟู้ดส์ (Riviana Foods) ซื้อกิจกรรมฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่นและสูตรอาหารของบริษัท พร้อมทำสัญญากับสถาบัน มาร์ค มอร์ริส (Mark Morris Associates) ในการพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ใหม่

1968

ดร. มาร์ค มอร์ริส จูเนียร์ คิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Science Diet™ สำหรับสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Science Diet™ อันแรกสำหรับสัตว์เลี้ยงโตเต็มวัยที่วางจำหน่าย

1971

Prescription Diet™ c/d™ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลแมวที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

1976

บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (Colgate - Palmolive) เข้าครอบครองบริษัท ริเวียนา ฟู้ดส์ (Riviana Foods)

1977

Prescription Diet™ u/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยดูแลสุนัขที่ป่วยเป็นโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะชนิดแคลเซียม ออกซาเลต, ยูเรท และ คริสทีน

1979

Science Diet™ Senior ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสุขภาพของสัตว์สูงวัย

1981

บ๊อบ วีลเลอร์ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานของฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่น Prescription Diet™ s/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุนัขที่ป่วยเป็นโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะซึ่งมีสาเหตุมาจากสทรูเวท ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่นี้ช่วยในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะของสุนัข

1983

หนังสือ"โภชนาการทางการแพทย์ของสัตว์ขนาดเล็ก" (Small Animal Clinical Nutrition) ซึ่งดร. มอร์ริส จูเนียร์ ได้ร่วมประพันธ์ ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก ซึ่งนับได้ว่าเป็นตำราเรียนด้านสัตวแพทย์เกี่ยวกับโภชนาการของสุนัขและแมวที่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและเรียนรู้ในวิทยาลัยสัตวแพทย์ทั่วโลก

1987

Prescription Diet™ w/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการสำหรับสัตว์ที่ต้องควบคุมน้ำหนัก และสัตว์ทีเป็นโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารและภาวะท้องผูก

1992

Prescription Diet™ a/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการเจริญอาหารและฟื้นฟูสภาพร่างกาย

1993

ดร. มาร์ค มอร์ริส ซีเนียร์ เสียชีวิตในวัย 92 ปี

1994

Prescription Diet™ t/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลสุขภาพในช่องปาก

1996

Science Diet™ สำหรับลูกสุนัขสายพันธ์ใหญ่ได้ถูกพัฒนาขึ้น

1998

Prescription Diet™ n/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอาหารทางการสัตวแพทย์เพื่อช่วยยืดอายุการมีชีวิตรอดของสุนัขที่กำลังอยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็งและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

1999

"ฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่น เป็นบริษัทขนาด 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Science Diet™ สำหรับการดูแลสุนัขแฮร์บอลได้ถูกพัฒนาขึ้น"

2000

Prescription Diet™ z/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุนัขที่มีอาการภูมิแพ้จากอาหาร และ Science Diet™ เพื่อดูแลด้านผิวหนังที่ตอบสนองไว (Sensitive Skin) และกระเพาะอาหารที่อ่อนไหวง่าย (Sensitive Stomach) ได้ถูกพัฒนาขึ้น

2001

Prescription Diet™ b/d™ ถูกพัฒนาขึ้นผ่านการผสมสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยบำรุงสมองจากอายุที่เพิ่มขึ้นของสัตว์เลี้ยงและช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของสัตว์สูงวัย

2002

จัดตั้งโครงการโภชนาการสำหรับศูนย์พักพิงสุนัขด้วยผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Hill's Science Diet

2003

Prescription Diet™ m/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลแมวที่ต้องการลดน้ำหนักหรือเป็นโรคเบาหวาน Science Diet™ Advanced Protection™ ได้เริ่มวางจำหน่ายในฐานะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ชนิดพิเศษที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์อื่นๆ ในท้องตลาด

2005

Prescription Diet™ j/d™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุนัขที่ปัญหาด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย Science Diet™ สำหรับแมวที่เลี้ยงในที่พักอาศัยเริ่มวางจำหน่าย

2007

ดร.มาร์ค มอร์ริส จูเนียร์ เสียชีวิต Prescription Diet™ c/d™ Multicare Feline ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลแมวเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

ดร. มาร์ค มอร์ริส ซีเนียร์

Dr. Mark Morris Sr.

เกิดในปี ค.ศ. 1901 ดร.มอร์ริส เป็นผู้ก่อตั้งฮิลส์ เพ็ท นูทรีชั่น ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกี่ยวกับโภชนาการทางการสัตวแพทย์ เขาเชื่อว่าโภชนาการที่ดีสามารถช่วยเหลือสัตว์ที่กำลังเจ็บป่วยจากโรคได้ ในเวลานั้นงานเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ต่างๆ จะมุ่งเน้นที่การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม แต่ดร.มอร์ริสให้ความสนใจในสัตว์เลี้ยงในบ้านและเจ้าของสัตว์เลี้ยง จึงได้เปิดโรงพยาบาลรักษาสัตว์ราริทัน (Raritan) ในเมืองเอดิสัน รัฐนิวเจอร์ซี่ขึ้นในปี ค.ศ. 1928 ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลลำดับที่สองของอเมริกาที่รักษาสัตว์ขนาดเล็ก

Dr. Mark Morris Sr. with dog in the lab

ดร.มอร์ริสได้มีความคิดเกี่ยวกับการจัดการโรคของสัตว์เลี้ยงใหม่ จึงได้ทำงานร่วมกับดร.จิม อัลลิสัน (Dr. Jim Allison) ที่แผนกชีวเคมีของมหาวิทยาลัยรัทเกอร์ส (Rutgers University) ในการพัฒนาเทคนิคการวินิจฉัยโรคในสัตว์ขนาดเล็ก ซึ่งความคิดของเขาในขณะนั้นถือว่าเป็นสิ่งใหม่และยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับนัก แต่ดร.มอร์ริสก็ได้วางตัวเขาเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์ในอีกไม่นานต่อมา

ภายหลังจากที่เขาได้เข้าร่วมงานกับบริษัท ฮิลส์ แพคกิ้ง ในโตเพกา รัฐเคนซัสในการบรรจุกระป๋องอาหารสัตว์ของเขา ดร.มอร์ริสได้จัดตั้ง The Morris Animal Foundation ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือสัตว์เล็ก โดยการมอบทุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ขนาดเล็ก สัตว์ป่าและมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาสัตวแพทย์ ปัจจุบันองค์กรนี้ถือเป็นองค์การกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า โดยทุนวิจัยถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1948

Science Diet bags

ตลอดชีวิตของเขา ดร.มอร์ริสได้ทุ่มเททำงานให้กับการดูแลสัตว์ขนาดเล็ก เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานคนแรกของสมาคมโรงพยาบาลสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (the American Animal Hospital Association:AAHA) และยังเป็นประธานของสมาคมสัตวแพทยศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Veterinary Medical Association (AVMA) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำของคณะกรรมการในการจัดตั้งมาตรฐานทางโภชนาการสำหรับอาหารสัตว์ ซึ่งต่อมาภายหลังได้เป็นหลักพื้นฐานที่สำคัญของ the Association of American Feed Control Officials (AAFCO)

ดร.มอร์ริสเสียชีวิตในปีค.ศ. 1993 อายุ 92 ปี

ดร. มาร์ค มอร์ริส จูเนียร์

Dr. Mark Morris Jr.

ดร. มาร์ค มอร์ริส จูเนียร์ เป็นบุตรชายของ ดร.มาร์ค มอร์ริส ซีเนียร์ ผู้ก่อตั้งฝ่ายโภชนาการสัตว์ของฮิลส์ ได้สืบสานตำนานโภชนาการสัตว์ต่อจากบิดา

จากการเติบโตภายในบ้านที่มารดาของเขาได้ปรุงอาหารสัตว์ Prescription Diet™ ให้กับบิดา ดร.มาร์ค มอร์ริส จูเนียร์ได้ตัดสินใจสืบทอดเจตนารมณ์ในการทำงานทั้งชีวิตของบิดาด้านโภชนาการสัตว์ ดร.มาร์คสังเกตเห็นว่าความต้องการอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพสูงในการวิจัยมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ไม่ได้ควบคุมอย่างดีนัก จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ผู้ที่ทำการศึกษาทดลองประสบปัญหาในการคงความเที่ยงตรงในการทำงาน

Science Diet canned formula

ด้วยเหตุนี้ ดร.มอร์ริส จูเนียร์ จึงได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง ในปีค.ศ. 1968 สูตรอาหารนี้ได้มีวางจำหน่ายผ่านสัตวแพทย์และบุคคลากรการสัตวแพทย์ในฐานะ Hill's™ Science Diet™ และได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ที่มีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Science Diet™ มากกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ Prescription Diet™ มากกว่า 60 ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสัตว์ในแต่ละช่วงวัยและความต้องการพิเศษสำหรับสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง

Small Animal Clinic Nutrition books

ดร. มอร์ริส จูเนียร์ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะบิดาด้านโภชนาการของสัตว์สุขภาพดีขนาดเล็ก และได้จัดตั้งมาตรฐานในการให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์อีกด้วย เขาได้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ American College of Veterinary Nutrition (ACVN) นอกจากนี้เขายังได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับการจัดการด้านโภชนาการของโรคหลายเล่มด้วยกัน และได้เดินทางบรรยายให้กับสัตวแพทย์ฝึกหัด นักศึกษาสัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์เลี้ยงในทั่วทุกมุมโลก ดร.มอร์ริส จูเนียร์ยังได้เป็นหนึ่งในผู้ประพันธ์ร่วมของหนังสือ ""โภชนาการทางการแพทย์ของสัตว์ขนาดเล็ก"" (Small Animal Clinical Nutrition) ซึ่งเป็นตำราเรียนด้านสัตวแพทย์เกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยงที่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและเรียนรู้ในวิชาดังกล่าวทั่วโลก

Dr. Morris Jr., died on Jan. 14, 2007 at the age of 72.

Hill's Commitment to Animal Welfare

เราเชื่อมั่นว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างมีคุณภาพนั้นหมายรวมถึงการมีโภชนาการที่ดี มีการดูแลสุขภาพตามหลักสัตวศาสตร์ที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก สัตว์เลี้ยงทุกตัวใน ฮิลล์ เพ็ท นูทรีชั่น อาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมดังกล่าว เราดูแลสัตว์ด้วยความรัก เรามุ่งเน้นกระบวนการดูแลสัตว์แบบทะนุถนอมนำการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านโภชนาการมาใช้เพื่อให้สุนัขและแมวทั่วโลกมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นและมีสุขภาพที่แข็งแรง ภาวะโภชนาการสัตว์ของเราแตกต่างจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วไป ธุรกิจของเราได้ดำเนินการและบริหารจัดการบนพื้นฐานทางหลักจริยธรรมสูงสุด

  • ฮิลส์จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษาที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของสุนัขและแมว ทุกการศึกษาวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทจะต้องเป็นไปเพื่อการคงไว้หรือพัฒนาสุขภาพของสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น และการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสุนัขและแมวเหล่านั้นต้องไม่เป็นการการุณยฆาตโดยเจตจำนงและโดยตรง
  • เมื่อทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการดูดซึม การแพร่กระจายการเก็บรักษาการนำไปใช้หรือปลดปล่อยของสารอาหารในร่างกายของสุนัขและแมว เราจะทำการศึกษาวิจัยบนหลักการเดียวกับการทำการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ของมนุษย์ เราสนับสนุนการศึกษาใดก็ตามที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือทารุณต่อสุนัขและแมว ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อที่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ทำให้มนุษย์เจ็บปวดย่อมทำให้สัตว์เจ็บปวดด้วยเช่นกัน
  • เราจะทำการศึกษาวิจัยต่อเมื่อมีหลักฐานแสดงให้เป็นว่าเราสามารถช่วยพัฒนาสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยง ซึ่งการศึกษานั้นมักส่งผลต่อพัฒนาการที่สำคัญเกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยง สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตสุนัขและแมวหลายล้านตัว
  • เรายังคงมุ่งมั่นค้นหาแนวทางการศึกษาวิจัยที่ลดการนำสัตว์มาใช้ในการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จำนวนของสุนัขและแมวที่เข้าร่วมในการวิจัยเกี่ยวกับการให้อาหารสัตว์จะกระทำเพียงในส่วนการทดลองภายในบริษัทเท่านั้น สัตวแพทย์และบุคคลากรทางสัตวแพทย์ของเราล้วนมีทักษะเชี่ยวชาญในการพัฒนากระบวนการที่ช่วยจำลองระบบต่างๆ ของสัตว์เลี้ยง ตัวอย่างเช่น เราได้พัฒนาและเผยแพร่สูตรทางการคำนวณอันมีพื้นฐานมาจากคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ช่วยในการประเมินค่า pH ปัสสาวะของแมวและสุนัขโดยไม่ต้องทดลองในสัตว์
  • เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าอาหารเพื่อการรักษาของเรานั้นปลอดภัยและมีประสิทธิผล เราสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่ใช้สัตว์ที่เจ็บป่วยหรือมีสภาวะของโรคเองตามธรรมชาติ เราจะไม่เข้าร่วมหรือสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคในสัตว์ด้วยวิธีการผ่าตัดหรือวิธีการที่ไม่ใช่การผ่าตัดใดๆ ก็ตาม
  • ศูนย์โภชนาการสัตว์เลี้ยงของฮิลส์และโรงงานหรือหน่วยงานภายนอกอื่นใดที่ผลิตผลิตภัณฑ์ของเราจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรฐานการดูแลสัตว์ ในการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการโดยโรงงานหรือหน่วยงานภายนอก ซึ่งเราได้คัดเลือกและมอบทุนการศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลสัตว์ที่เกี่ยวข้องทุกตัวด้วยความรักทะนุถนอมได้แก่การจัดเตรียมการออกกำลังกายและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสัตว์เหล่านั้น
  • เราเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านโภชนาการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์และช่วยป้องกันการศึกษาซ้ำซ้อนที่ต้องนำสัตว์มาร่วมทดลองโดยไม่จำเป็น
  • ฮิลส์จะใช้ข้อมูลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์จากแหล่งข้อมูลสาธารณะเท่านั้น และการศึกษานั้นต้องดำเนินการภายใต้นโยบายการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์สากล (Global Animal Welfare Policy)

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างเสริมความสัมพันธ์ทีดีระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงผ่านการมอบโภชนาการทีดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งที่มีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในสังคมของเรา โครงการ 'อาหาร ที่พัก ด้วยความรัก' ช่วยสร้างโอกาสให้พันธสัญญาของเราเป็นจริงมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารให้กับสัตว์เลี้ยงไร้ที่พึ่งพิงกว่า 700 ตัวทุกวันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ฮิลส์ได้ให้ความช่วยเหลือแก่สัตว์กว่า 200, 000 ตัวจนกระทั่งถูกนำส่งไปยังเจ้าของใหม่ เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งของโครงการนี้ที่ได้นำมนุษย์และสัตว์มาพบกัน ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้และการเข้าร่วมโครงการ

โครงการ อาหาร ที่พัก ด้วยความรัก

โภชนาการที่เหมาะสมจะช่วยให้สัตว์ที่อยู่ในสถานพักพิงมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และถูกนำไปรับเลี้ยงมากขึ้น ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญที่เราจัดทำโครงการนี้เพื่อมอบโอกาสให้กับศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงต่างๆได้มาเป็นพันธมิตรกับเรา รับส่วนลดพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร Science Diet™ สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่ทางศูนย์ให้การดูแล เราเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงโภชนาการที่ดีของศูนย์พักพิงสัตว์ทุกศูนย์และสัตว์ทุกตัวจะช่วยส่งให้สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นไปสู่บ้านที่เหมาะสมเร็วยิ่งขึ้น